วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Learning Log Week6 (14 Dec09)
จากคอมเม้นท์ที่ได้รับก็คือ ต้องแก้ไขเรื่อง
1.ขนาดของตาราง ให้แก้ทุกตารางในหน้า Template เป้น 100 เปอร์เซ็นต์
2.Rubric แก้เรื่องเกณฑ์การให้คะแนน
3.หน้า Resource หา icon มาใส่
4.ให้ Credit
5.ตั้งชื่อ Title ข้างบน
สิ่งที่ต้องเตรียมมา: ทำ WebQuest ให้เสร็จ
ข้อเสนอแนะ: ดีคะ ได้ฟังคอมเม้นท์ ทำให้ได้เห็นข้อบกพร่องที่ตัวเราเองมองไม่เห็น
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week5 (30NOV09)
- การตั้งค่า Site:
2.เลือก เมนู site> Manage Sites> New> Sites
3.ระบุชื่อ Site ที่ต้องการ > Next> เลือก No> Next
4. ระบุที่จะเก็บไฟล์ต่างๆของ Site > Next
5. ตั้งค่า Remote Server ให้เลือก None> Next
6.Done
7.จะกลับมายังหน้า Manage Site> เลือก Site ที่เราสร้างไว้> Done
**โดยSite ที่เราสร้างไว้ จะถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่เราเลือกไว้ในตอนแรก **
- การตั้งค่าภาษา:
1. คลิก Page Properties
2. เลือก Title/ Encoding > Ecoding> Unicode (UTF8)
- การตั้งค่าเว็บเพจเบื้องต้น:
1. คลิกปุ่ม Page Properties:
- Apperance: จะเป็นการกำหนดค่าแสดงผลทั่วไปของเว็บเพจ เช่น กำหนดชุด Fonts มาตรฐานที่จะใช้ ขนาดและสีตัวอักษร, ภาพพื้นหลัง เป็นต้น
-Link : เป็นการกำหนดลักษณะของตัวเชื่อมโยงภายในเว็บเพจ เช่นตัวอักษร และสี เป็นต้น
- Heading: เป็นการรูปแบบหัวข้อที่จะใช้ในเว็บเพจ
- Title/Encoding : เป็นการตั้งชื่อให้หัวของเว็บเพจที่อยู่บนเว็บเบราเซอร์
- Tracing Image: เป็นการนำเอาภาพมาวางบนหน้าเว็บไซต์ โดยที่ภาพดังกล่าวจะเหมือนแผ่นใส คือจะไม่ปรากฎอยู่จริงในเว็บเบราเซอร์
** เมื่อปรับค่าตามต้องการแล้ว คลิก OK **
** อย่างไรก็ตามสามารถเปลี่ยนหัวข้อของเว็บเพจได้ที่ Tab Title
- การสร้างตาราง:
2.สร้างตาราง ( 2แถว 2 คอลัมน์) ปรับค่าความกว้างของตารางตามขนาดของเว็บเพจ, กำหนดเส้นขอบของตาราง (กำหนดเป็น0) เพื่อที่จะได้ไม่แสดงผล > OK
3. คลิกตารางด้านล่างซ้าย> แทรกตารางขนาด 1 คอลัมน์ 6 แถว ซ้อนขึ้นมา เพื่อจัดรูปแบบเมนู
4. ย่อความกว้างตารางให้เล็กลง ทั้งตารางย่อยและตารางหลัก
5. คลิก แถบ Table อันที่2 ปรับ Align เพื่อให้ตารางมาอยู่ตรงกลาง(Center)
- การใช้ตารางเพื่อสร้างองค์ประกอบเว็บเพจ:
2. เลือกเมนู insert > Image หรือจะคลิกที่ icon บทแถบเครื่องมือ common ได้เหมือนกัน หรืออีกทางเลือกนึงคือดึงจาก File จากหน้าต่างด้านข้างขวาได้เลย โดยจะมีหน้าต่างขึ้นให้ระบุข้อความกำกับภาพ > OK
3. หากภาพมีขนาดใหญ่ตารางให้ Merge cell มารวมกันได้ โดย กด Shift เพื่อเลือกตารางทั้งสอง คลิกขวา เลือก Table> Merge Cell ถ้าตารางยังมีขนาดไม่พอดีกับที่ตั้งไว้ สามารถคลิก ตัวเลขที่ด้านล่าง เลือก Make All Widths Consistent เพื่อทำให้ตารางมีขนาดเท่ากับภาพได้
4.นำไฟล์รูปภาพเมนูที่สร้างไว้ มาใส่ด้านซ้ายของตาราง หากจำนวนตารางไม่พอ ให้คลิก แถบ Table ของตารางที่สอง แล้วแก้จำนวนแถวที่หน้าต่าง Properties ด้านล่าง โดยแถวของตารางก็จะเพิ่มขึ้นมา ที่นี่ก็สามารถนำภาพมาใส่ห้ครบได้เลยค่ะ
** ในแต่ละช่องของตาราง เราสามารถจะปรับสีได้ตามความพอใจ**
5. ลองเลือกช่องตารางด้านขวาที่ว่าง คลิกปุ่ม Background color (ด้านล่าง) เลือกสีที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามรถใส่รูปภาพให้เป็นพื้นหลังได้เช่นกัน
- การสร้าง Template: จะช่วยให้เราสามารถนำ Template ไปใช้ได้กับทุกเว็บเพจในเว็บไซต์โดยที่ไม่ต้องคัดลอกลงไปใหม่ และยังป้องกันการแก้ไขไปยังในส่วนที่ไม่ต้องการอีกด้วย
1. เมนู File > Save as Template > ตั้งชื่อ Template > Save > Yes
2. เลือกข่องตารางทางขวา ปรับตำแหน่งข้อความให้ไปอยู่ด้านบน โดยเลือก Top ที่ช่อง Vertical
3. สร้างตารางขนาด 1*1 ลงไป
4. เมนู Inset > Template Object> Editable Region > ตั้งชื่อ พื้นที่ > OK
5. บันทึกเว็บเพจให้เรียบร้อย > File > Save
6. สร้างเว็บเพจใหม่ขึ้นมา เพื่อทดสอบ Templateโดย คลิก File > New
7.เลือก Modify> Template>Apply Template to pages> เลือก Template ที่ต้องการ คลิก Select
- เทคนิคการสร้าง Rollover button:
1. Downlaod และแตก File ที่เตรียมไว้ให้ ใน Folder Image
2. เปิดไฟล์ Index.html ที่เคยสร้างไว้
3. เลือกพื้นที่สำหรับใส่วัตถุ > ปรับตำแหน่งการจัดวางเป็นจัดกึ่งกลาง
4. คลิกที่ลูกศรข้างๆ icon รูปภาพ > Rollover Image > ระบุภาพที่จะแสดงเริ่มต้น....> OK
5. บันทึก File ก่อน Preview
สิ่งที่ต้องเตรียมมา: ทำโปรเจคงานคู่ให้เสร็จ ^^
ข้อเสนอแนะ: สนุกดีค่ะ ได้เรียนรู้และลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ อย่างโปรแกรม Dreamweaver แต่บางทีก็ยังงง งง เพราะบางทีคนสาธิตเองก็ยังงงงง ทำให้หนูยิ่ง งง งง ค่ะ >_______<
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week4 (23Nov09)
- การสร้าง Animation อย่างง่าย
- เปิดโปรแกรม > เลือก File > Import> Folder as frames
- ที่หน้าต่าง Browse for folder>เลือกFolder ที่เก็บภาพไว้ > OK
- ภาพทั้งหมดจะปรากฎขึ้นมา
- โดยสามารถเลือกปรับความเร็วของการเคลื่อนไหลได้ตามที่เราต้องการ
- * ถ้าต้องการปรับภาพหลายภาพพร้อมกันให้ กด shift สำหรับเลือกภาพอย่างต่อเนื่อง และ ctrl สำหรับภาพที่ไม่ต่อเนื่อง
- บันทึกภาพ เลือก Menu File> Save Optimize as..
- เลือก save ประเภท Image Only .gif > Save
- การใช้ slice ในการสร้างงานเว็บ
- เปิดโปรแกรม > เปิด File รูปที่เตรียมไว้
- เมนู View > Rulers จะปรากฎไม้บรรทัดขึ้นมา
- ดึงเส้น ไกด์อกมาจากไม้บรรทัด โดยใช้เครื่องมือ Move tool
- เลือกเครื่องมือ slice tool เพื่อทำการ slice
- slice ภาพเป็นส่วนๆตามความต้องการ
- File > Save as บันทึกเป็น นามสกุล PSD เพื่อที่จะกลับมาแก้ไขงานได้
* ถ้าหากจะซ่อนเส้นไกด์ ให้คลิกที่ View > Show > Guides โดยถ้าต้องการให้เส้นไกด์กลับมาใหม่ก็ใช้คำสั่งเดิม
- วิธีการกำหนดการเชื่อมโยงให้กับ Slice
- คลิกขวาที่สไลด์ที่ต้องการการเชื่อมโยง
- เลือกคำสั่ง Edit Slice Option
- ระบุที่อยู่เว็บที่ต้องการเชื่อมโยงที่ช่อง URL
- ระบุรูปแบบการเชื่อมโยงที่ช่อง Target
- ระบุข้อความที่แสดงเมื่อเม้าส์อยู่เหนือ ที่ช่อง Message Text
- ระบุข้อความกำกับภาพในช่อง Alt Tag
- เมื่อเสร็จสิ้น คลิกปุ่ม OK
- การบันทึก Slice เป็นเว็บเพจ
- เลือก เมนู File > Save for web
- เลือก Save> เลือกรูปแบบการบันทึกเป็น HTML and Images
- จะได้เป็น File . Html
- ตรวจสอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คลิก Minimize button
- ลองเปิดโฟลเดอร์ขึ้นมาดู จะพบว่าชิ้นงานของเราจะถูกตัดออกเป็นส่วนๆ แต่เมื่อดูผลลัพธ์ในเว็บ Browser จะพบว่าภาพจะเป็นภาพเดียวกันก่อนืที่จะถูกตัดแบ่ง แต่บริเวณที่กำหนดการเชื่อมโยงไว้จะสมารถคลิกเพื่อไปยังหน้าเพจที่เราต้องการได้
- Tips การ Save คลิปจาก Youtube โดยไม่ต้องลง โปรแกรมใดๆเพิ่มเติม
- เปิดคลิปที่เราต้องการ
- ตรง url เปลี่ยนจาก www เป็น Kick > Enter
- เลือกนามสกุลไฟล์ที่ต้องการ > คลิก GO
- คำว่า GO จะเปลี่ยนเป็น Down ให้คลิกขวา คำว่า Down
- เลือก Save Target as
สิ่งที่ต้องเตรียมมา: เตรียมทำ แผน Project Study Web Quest แบบงานคู่ ส่งภายในวันอาทิตย์ 6 โมงเย็น
ข้อเสนอแนะ: การเรียนการแบบวันนี้ก็ ค่อนข้างดีคะ ใช้เวลาได้เต็มเปี่ยมเลยค่ะ ^^ ทั้งได้ฟังเพื่อนพรีเซนต์ แล้วยังได้ลงมือปฏิบัติจริงในห้อง Lab
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week3 (16Nov09)
A: Analysis : 1) Goal วิเคราห์วัตถุประสงค์ , วิเคราะห์เนื้อหา
2) Audience กลุ่มเป้าหมายคือใคร
3) Environment สภาพแวดล้อง บริบทต่างๆ
D: Design : 1) Site Structure โครงสร้างเว็บไซต์
2) Storyboard ออกแบบแต่ละหน้าเพจให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
3) Interfate Design "Rapid Prototype ภาพออกแบบคร่าวๆ"
D: Development : 1) Tool ซอฟแวร์ต่างๆ เช่น Photoshop, Dreamwaever
2) Team ทีมในการออกแบบเว็บ ทีม กราฟฟิค ทีมรวบรวมจัดเรียง เนื้อหา ทีมตัดต่อวิดีโอ ทีมพัฒนาเว็บ "Rapid Prototype"
I: Implement: 1) Pilot การนำไปทดลองใช้ > ปรับแก้ตามข้อบกพร่อง หรือข้อเสนอแนะ
2) Rollout Plan
* อาจจะมีการทดลองใช้กับผู้สอนด้วย และต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆในโรงเรียนด้วยว่ามีความพร้อมหรือไม่*
E: Evaluation: 1) SMEs
2) Audience
การวัดประเมินผลต้องทำอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสรับฟังความเห็นกับผู้ใช้งานจริง 1) ประเมินผลระหว่างการพัฒนา
2) ประเมินผลเมื่อพัฒนาบทเรียนจบแล้ว
Gagne:
1. Gain Attention : การเรียกความสนใจจากผู้เรียน เช่น การนำคลิปวิดีโอมาให้ผู้เรียนชม
2. Inforn Learner Objective :แจ้งผู้เรียนให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของบทเรียนนั้นๆ ของ bloom จะชัดเจนที่สุด คือมี 3 ด้าน พุทธพิสัย, จิตพิสัย,ทักษะพิสัย
3.Stimulate Recall of Prior Learning: การกระตุ้นความรู้เดิมเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ เช่น Pre-test หรือจะใช้ถามตอบ แบบ Real time โดยใช้ chat room หรือแบบไม่ประสานเวลา โดยการโพสท์คำถามไว้ให้ผู้เรียนมาตอบ
4.Present the content: การนำเสนอเนื้อหา อาจจะเป็นสรุป หรือจะเป็นเนื้อหาแบบมีปฏิสัมพันธ์ โดยเนื้อหาอาจจะอยู่ในรูปแบบของพาวเวอร์พ้อยท์, PDF , Flash movie, E-book, CAI เป็นต้น
5.Provide Learning Guidence: การให้คำแนะนำระหว่างการเรียน การให้แนะนำบนบท อาจจะมีหน้า FAQ คำถามที่พบเจอบ่อยๆ หรืออาจจะมีปุ่ม Help แบบ realtime หรือ ไม่ Realtime
6.Elicit Perfomance: การตรวจสอบว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือไม่ โดยอาจจะมี แบบฝึกหัดต่างๆ โดยอาจจะมี Discussion Board หรือมอบหมายงานต่างๆเป็นกลุ่มได้ โดยส่งผ่าน Communication Tool ต่างๆได้
7.Provide Feedback: การให้ข้อเสนอแนะกับผู้เรียน อาจจะผ่านทาง Announcement, Chat room, E-mail ต่างๆ
8.Assess Performance: การประเมินผลว่าผู้เรียนได้เรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่เราระบุไว้มั้ย > ควรมีความหลากหลาย อาจจะใช้โดยการเช็คว่าผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในเว็บที่เรากำหนดไว้บ่อยแค่ไหน และดูขั้นกระบวนการและขั้นชิ้นงาน การใช้ Rubric เพื่อประเมินผลตามสภาพความเป็นจริง
9.Enhance Retention & Transfer to the job: การเพิ่มให้แน่ใจว่าผู้เรียนได้รับความรู้ เช่น การทบทวนและการเสนอแนะนำไปใช้ในเนื้อหาบทต่อไป พร้อมทั้งมีการเชื่อมโยงให้ผู้เรียนเห็นเป็นรูปธรรม หรือ การตั้งโจทย์ที่ท้าทายให้ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายผ่าน Discussion board
WBI Design: หลักในการออกแบบ - เนื้อหา
- กิจกรรม
1. เนื้อหา: กำหนดวัตถุประสงค์การใช้บทเรียนอย่างชัดเจน , ใช้สีอย่างเหมาะสม, การใช้หัวข้อใหญ่-ย่อย, การใช้ถ้อยคำสะน กระทัดรัด, การนำสื่อประสมมาใช้, การใช้ตาราง ทำให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
2.กิจกรรม: เน้นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอนให้มีประสิทธภาพมากยิ่งขึ้น
-ประสานเวลา: ผ่าน chat / viideo conference
-ไม่ประสานเวลา : E-mail
-แบบร่วมมือ : เป็นการเรียนการสอนแบบผสมผสานระหว่าง synchonous และ asynchonous ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสมของเนื้อหาและกิจกรรม
บทสรุป: ในการออกแบบบทเรียน จะมี2หลักการใหญ่คือ เป็นระบบ ADDIE MODEL และ Gagne การออกแบบบทเรียนแบบเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งถ้าพิจารณาดีๆแล้วจะเหมือนกับการเขียนแผนการสอน คือมี 3 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือ ขั้นนำ ขั้นสอน และขั้นสรุป นอกจากนี้ยังมีทริปต่างๆ เช่น การใช้สี การติดต่อสือสาร การใช้ตางราง หรือการนำสื่อประสมเข้ามาให้บทเรียนมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เรื่อง Site Structure
คือ การกำหนดแผงผังของการลำดับเนื้อหา ทำให้เรารู้ส่วนประกอบต่างๆของเว็บไซต์เรา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากเลยทีเดียว ทำให้เรามีแนวทางการในการดำเนินงานอย่างถูกต้อง
ซึ่งสามาระทำได้หล่ายแบบ แต่นิยมอยู่ 2 แบบ คือ 1) การจัดตามกลุ่มเนื้อหา 2) การจัดตามกลุ่มผู้ชม
การออกแบบตามแบบ Lint& Horton เสนอไว้ว่าการออกแบบ Site structure มีอยู่ 3 รูปแบบคือ
1)Sequence: แบบเรียงลำดับ คือการออกแบบเว็บไซต์ไปทีละหน้า เหมาะกับเว็บๆซต์ที่มีจำนวนเว็บเพจไม่มาก
2) Hierarchy : ออกแบบเป็นแบบระดับชั้น เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีเว็บเพจมาก เป็นแบบที่นิยม เห็นได้ทั่วไป
3) Combination : เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อน คือนำข้อดีของสองรูปแบบข้างต้นมาผสมกัน
สรุป: การออกแบบ site structure มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน เราสามารนำมาผสมผสานเพื่อให้เหมาะสมกับเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้เกิดประสิทธภาพอย่างสูงสุด
นอกจากนี้ยังได้เรื่อง Page Design
ในเวบเพจหน้าหนึ่งจะมี 4 องค์ประกอบด้วยกันคือ
1.Page Header: มักจะใส่ชื่อผู้จัดทำไว้ เพราะเป็นส่วนแรกที่ผู้เข้าชมมอง มุมบนซ้าย
2.Navigation Bar : เชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆของเว็บไซต์
Body: ตัวเนื้อหา อาจจะมีตัวนำทาง ซึ่งมักจอยู่ด้านขวาของเนื้อหา
3. Page footer : อาจจะใส่ Text Link ต่างๆไว้ นิยมใส่ชื่อของหน่วยงาน หรือแบนเนอร์ของผู้ให้การสนับสนุน
โดยปกติแล้ว องค์ประกอบ 4 อย่างนี้จะเป็นรุปแบบที่คงที่เหมือนกันหมด Template อาจเปลี่ยนบ้างในส่วนของ Body
หลักการออกแบบหน้าเว็บเพจ:
1. Simplysity คือ การจัดแต่เฉพาะองค์ประกอบหลักๆ ควรเลือกให้พอเหมาะ มีรูปแบบที่เรียบง่าย สีของตัวอักษรก็ไม่ควรมากมายจนเกินไป
2.Consistensy : ความสม่ำเสมอ คือ การสร้างความสม่ำเสมอให้เกิดขึ้นทั้งเว็บไซต์ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานเกิดความเหมาะสม
3.Warm tone colour : การเลือกใช้สี ควรให้เหมาะสม, สีจะมีอิทธิพลในเรื่องของอารมณ์ด้วย เช่น สีโทนเย็น จะให้ความรู้สึกสงบ สีโทนร้อนจะให้ความรู้สึกที่ตื่นเต้น รุนแรง เพราะฉะนั้นเรีอง สีก็เป็นปัจจัยสำคัญ
Warm tone colour: ทำให้หมดจากความเฉื่อยชา ทำให้มีชีวิตชีวา
4.Cool Colour : แสดงถึงความสุภาพ อ่อนโยน มีความเรียบร้อย สามาระโน้มน้ามในระยะไกลได้ "กลุ่มสีที่ปลอดภัย"
5.Neutral tone coulour: สีโทนกลาง ประกอบด้วย ขาว เทา ดำ น้ำตาล
**นอกจากนั้นสียังช่วยเสริมเอกลักษณ์ขององกรค์ได้อีกด้วย ***
โดยมีเว็บไซต์แนะนำในเรื่องของการใช้สีคือ adobe kuler , colourlovers
การออกแบบระบบนำทาง: องค์ประกอบคือ เมนูหลัก, เมนูเฉพาะกลุ่ม,เครื่องมือเสริม เช่น ช่องค้นหา
จะต้องออกแบบให้ระบบนำทางของเรา เข้าถึงง่าย, สื่อความหมายเข้าใจง่าย, มีความสม่ำเสมอและเป็นระบบ, มีการตอบสนองเมื่อใช้งาน, จำนวนรายการที่พอเหมาะ, ควรมีหลายทางให้เลือกใช้ ทั้งกราฟฟิคและข้อความ หรือ เมนูแบบช่องค้นหา, มีลิงค์กลับไฮมเพจได้เสมอ
เทคนิค Text& Button, Drop down list, On mouse Over
สิ่งที่ต้องเตรียมมา: เตรียม พรีเซนต์โครงสร้าง เว็บเควสท์ของเราความคิดเห็นอื่นๆ: วันนี้ งานเยอะที่สุดเลยค่ะ เหนื่อยๆๆๆ
ไม่ต้องVote ละคะ งานคู่ งานคู่ งานคู่ มติเป็นเอกฉันท์ชัวร์!!!!!
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week2 (9Nov09)
ศึกษาเรื่องการทำ Project ที่1 (งานเดี่ยว) :
เว็บ Quest คืออะไร: เป็นนวัตกรรมในการจักิจกรรมพที่ผู้เรียนไว้ใช้ในการเรียนออนไลน์ ในการเรียนรู้แบบสืบสอบ เน้น กิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะ การคิดเวิเคราะห์ โดยมักมีอยู่ 5 ขั้นตอนใหญ่ๆ ได้แก่
1.การนำเข้าสู้บทเรียน
2.ภาระงาน
3.กระบวนการ
4.การประเมินผล
5.บทสรุป
เว็บเควสสมัยใหม่ ได้นำ WEB2.0 ได้นำเครื่องมือ WEB 2.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของชื้นงานเรามากขึ้น
หัวใจที่สำคัญ คือ 1.ส่วนนำเข้า 2.การแปลงสาร 3. ส่วนนำออก
*** เน้นที่ผู้เรียนสร้างมันขึ้นมาเอง***
องค์ประกอบของ เว็บ Quest :
1. บทนำ : ผู้เรียนต้องชี้นำให้เห็นถึงที่มาของกิจกกรรมการเรียนรู้
2.ภาระงาน: บอกภาระของผู้เรียนว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ระภาระงานต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบว่าจะให้ทำงานเดียว คู่ หรือกลุ่ม นอกจากนั้นก็ต้องบอกผลลัพท์ที่เราคาดหวังจากชิ้นงานแต่ละชิ้น
3.กระบวนการ : ต้องแจ้งให้นักเรียนทราบกระบวรนการหรือขึ้นตอนต่างๆเป็นข้อๆ
4.การประเมินผล : ต้องแจ้งให้ผู้เรียนทราบเกี่ยวกับเกณฑ์การให้คะแนน ใช้ Rubric
5.สรุป : ผู้พัฒนาต้องสรุปให้ผู้เรียนทราบเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่องนั้นๆ
6.แหล่งอ้างอิง: ผู้พัฒนาจะต้องใส้แหล่งที่มาของข้อมูล รูปภาพต่างๆ
7.ครูผู้สอน : บางเว็บก็จะมี บางเว็บก็จะไม่มี จะเป็นส่วนที่ผู้พัฒนาแจ้งให้ครูผู้สอนที่สนใจใช้เว็บเควสท์นี้ มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
"Web Quest is as scaffolded learning Structure"
ผลลัพท์ที่ดีกว่าการเรียนธรรมดาในชั้นเรียน คือ การใช้เว็บเควสท์ ข้อมูลอัพเดพมากยิ่งขึ้น มีความน่าสนใจมากกว่า
- อาจารย์ให้หาเว็บเควสท์ที่ชื่นชอบมากที่สุดตามสาขาวิชาเอกของตนเอง พร้อมทั้งบอกส่วนประกอบต่างๆ พร้อมทั้งจุดเด่น และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้เป็นคอมเม้นท์เว็บเควสท์ที่เพื่อนๆหามาให้ครบ 5 คน นับว่ากิจกรรมในห้องเรียนชิ้นนี้ ทำให้เราได้ประโยชน์ในการเห็นข้อเสีย ข้อดีของเว็บเควสท์หลายๆเว็บ เพื่อที่จะได้นำมาพัฒนาและปรัปปรุงในการทำเว็บเควสท์ของเราเองในอนาคตคะ
** เว็บเควสท์ของต่างประเทศจะมีการใส่ Task และมีกระบวนการน่าสนใจกว่าของประเทศไทย แต่ประเทศไทยจะเน้น Design ที่สวยงาม แต่กระบวนการบางอย่างยังไม่ค่อยดึงดูดใจเท่าไรนัก
WEB2.0 Tool: Web Application Tools เครื่องมือในการสนับสนุนการทำงานบนเว็บ
- Blog
- Social Bookmarking
- RSS Feed
- Widgets
- Mashup
Communication Tool เครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสาร
- Chat
- Instant Messenging
- Skype
-Podcast
- Audio Graphic
Community Tools เครื่องมือส่งเสริมการเป็นชุมชนออนไลน์
- Webboard
- Wiki
- Social Networking
- Second Life
File Sharing เครื่องมือที่ช่วยในการแบ่งปันข้อมูล
- Photo sharing
- Music sharing
- Video Sharing
- Document sharing
- File Sharing
จากการที่ข้าพเจ้าได้ศึกษารายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับ WEB 2.0 Tool เพื่อที่จะมาดีไซน์รูปแบบเว็บเควสท์ของข้าพเจ้า (วิชาภาษาอังกฤษ)
ชื่อเรื่อง: "เลิกปวดหัวกับTense Tense Tense!!"
กลุ่มเป้าหมาย : นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น หรือ ผู้ที่สนใจจะศึกษาเรื่อง Tense
วัตถุประสงค์ของบทเรียน: เพื่อให้นักเรียน หรือผู้ที่มีปัญหางุนงงกับการทำความเข้าใจเรื่อง Tense ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง Tense มากยิ่งขึ้น
Design: Introduction: ก่อนอื่นก็จะเร้าความสนใจ และกระตุ้นความอยากเรียนของผู้เรียนด้วยภาษาสนทนาก่อน โดยจะเสริมคลิปวิดีโอที่เป็นเพลง หรือ การ์ตูนที่เกี่ยวกับ Tense เข้าไปในหน้า Introduction เพื่อต้องการแสดงให้ผู้เรียนเห็นว่า Tense ง่ายกว่าที่เราคิดเยอะ
Task: 1. จะให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ให้ผู้เรียนทำงานเดี่ยวคือ สรุปเรื่อง Tense ที่ตนเองสนใจ โดยจะพรีเซนต์โดย ใส่ Blogspotของตนเอง และไปคอมเม้นท์ของเพื่อนๆอย่างน้อย 3 คน ที่ทำเรื่อง Tense ที่แตกต่างกับเรา
3. ให้นักเรียนจับกลุ่มกัน กลุ่มละ 4-5 คน มาพรีเซนต์เรื่อง Tense ที่ตนเองได้รับมอบหมาย โดยเเต่ละกลุ่มจะถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ SME ทำเอกสารแจกเพื่อนๆ โดยการพรีเซนต์หน้าห้องนั้นจะไม่ Fix ว่าจะต้องพรีเซนต์แบบใด อาจจะทำเป็นเกมส์ หรือ แสดงบทบาทสมมุติ หรืออะไรก็ได้ ตามความสนใจ
4. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
Process: 1. ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
2.มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเรื่อง Tense ซึ่งอาจจะมีไฟล์เอกสารแนบไปให้ หรืออาจจะมี Link ที่เป็นเว็บเพื่อเข้าไปทำการศึกษา หรืออาจจะเป็นไฟล์วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง Tense
3.ให้นักเรียนไปสรุป Tense ที่ตนเองสนใจอย่างน้อย 1 Tense บนblog ของตนเอง และต้องไปอ่านและคอมเม้นท์สรุปของเพื่อนๆ อย่างน้อย 3คน ที่ทำเรื่องที่แตกต่างกับตนเอง
4. อาจารย์ผู้สอนให้นักเรียนจับกลุ่มกันและ จับฉลากหัวข้อ SME ที่แต่ละกลุ่มจะได้รับมอบหมาย
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มก่อนนำเสนอให้มาปรึกษาอาจารย์ก่อนว่าจะพรีเซนต์ในรูปแบบไหน เพื่อที่อาจารย์จะได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติม
Evaluation: ใส่เกณฑ์การประเมินแต่ละภาระงานไว้ โดยใช่ Rubrics
Conclusion: สรุปเป็นภาษาสนทนาเพื่อให้กำลังใจผู้เรียนในครั้งต่อๆไป
Reference: ใส่ที่มาของแหล่งข้อมูล รูปภาพ ไฟล์ต่างๆ เพื่อให้เกียรติแก่เจ้าของข้อมูล
เทคนิคเพิ่มเติม : จะเพิ่มเว็บบอร์ดเข้าไปใน WebQuest นี้ เผื่อไว้ว่านักเรียนมีข้อสงสัย อาจจะตั้งกระทู้ร่วมกันอภิปราย นอกจากนั้นภายในเว็บบอ์ดก็จะมีกระทู้ที่ถูกปักหมุดไว้ โดยจะมีกระทู้ที่ข้าพเจ้าจะใส่ไว้พื่อเสริมความรู้รอบตัวในเรื่องต่างๆที่อยู่ในวงการภาษาอังกฤษ หรือถ้ามีนักเรียนคนใดอยากจะแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ให้เพื่อนๆได้อ่าน ก็จะปักหมุดไว้ให้ค่ะ
******PS. ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับความสามารถที่พัฒนามากยิ่งขึ้น*******
สิ่งที่จะต้องเตรียมมา: ออกแบบดว็บเควสท์ที่จะทำเป็น Final Project และหาเทคนิค Applicatiom ที่จะใส่ไปในเว็บเควสท์เพื่อดึงดูดความน่าสนใจให้มากยิ่งขึ้นค่ะ
ข้อคิดเห็น: การเรียนในครั้งนี้ไม่น่าเบื่อเลย อาจเพราะว่ามีคอมพิวเตอร์อยู่ตรงข้างหน้า ไม่ใช่ว่าหนูแอบเล่นเกมส์นะคะ แต่ว่า ตอนทำงาน หรือตอนเรียนหนูก็ตั้งใจทำงาน เพียงแต่เวลาที่งานเสร็จก่อนเพื่อนๆ ก็มีเกมส์ให้เล่น ทำให้ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ ^_____^
การสอนในครั้งนี้มีกิจกรรมให้ตลอดเวลาด้วยทำให้ไม่น่าเบื่อเลย และก็ได้รับเนื้อหาที่ไม่เคยรู้ ได้รู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ
อาจารย์คะ เทอมนี้งานหนูยุ่งมากเลยค่ะ เปลี่ยนจากงานเดี่ยวมาเป็นงานคู่ก็ดีนะคะอาจ่ารย์ คิคิ ^^
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week 1 02/10/09
ยุคที่ 2 : ยุคของมหาวิทยาลัยเปิด เรียนผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เปิดให้ทุกคนลงทะเบียนได้ โดยไม่คำนึงถึงประสบการณ์ ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา
ยุคที่ 3 : เริ่ม พ.ศ.2523 วิดีโอเทป การกระจายเสียง ดาวเทียม และสายเคเบิ้ล เช่น การออนแอร์การเรียนการสอน ผ่านเครือข่ายดาวเทียม
ยุคที่ 4 : เรียนผ่านเว็บ หรืออินเตอร์เน็ต เป็นการให้ความรู้ผ่านเว็บไซต์ ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับทุกคน
ยุคที่ 5 : ยุค E-Learning เทคโนโลยีหลายๆรูปแบบที่หลากหลาย มีอิทธิพลกับการเรียนการสอนมากขึ้น มีการติดต่อสื่อสารมากขึ้น ทั้งประสานเวลา และไม่ประสานเวลา เ
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
Getting to Know
ชื่อเล่น "ฟาง"
นิสิตสาขา วิชา มัธยศึกษา มนุษยศาสตร-สังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3
เอก ภาษาอังกฤษ-เทคโนโลยีการศึกษา
สิ่งที่คาดหวังในรายวิชานี้: สิ่งที่หนูคาดหวังจากรายวิชานี้ก็คือ ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการทำงาน ปฏิบัติกิจกรรมในห้องเรียน ไปประยุกต์ใช้กับการฝึกสอน หรือ การงานในอนาคต
ประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์ : ประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์ของหนู ถ้าจำไม่ผิดหนูเริ่มใช้คอมพิวเตอร์เมื่อตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ถ้านับเวลาก็ประมาณ 12 ปี เริ่มแรกก็ใช้เพียงการ chat icq และห้องแชตตามเว็บต่างๆที่ฮิตกันเป็นอย่างมากในสมัยก่อน ต่อมาก็ใช้เพื่อการทำงาน คือ Micrsoft office ต่างๆ ต่อมาก็จะใช้เพราะความชอบ เริ่มศึกษาหาความรู้โปรแกรมที่สนใจด้วยตนเอง โดยซื้อหนังสือมาอ่านและลงมือทำตามขั้นตอนในหนังสือ คือโปรแกรม Adobe Photoshop และ Dreamweaver ส่วนปัจจุบัน ส่วนมากจะใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษามากที่สุด
สิ่งที่สนใจ: สิ่งที่สนใจเป็นพิเศษในตอนนี้ คื สุนัข ตอนนี้กำลังจะได้ลูกหมาน้อยมาใหม่หนึ่งตัวค่ะ เป็นพันธุ์ Miniature Schnauzer เป็นสุนัขที่มาจากประเทศเยอรมัน และตอนนี้ก็กำลังเครียดกับการตั้งชื่อใหม่น้องหมาอยู่ค่ะ
และสิ่งที่หนูสนใจเป็นพิเศษในตอนนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การหาธุรกิจ ช่องทางธุรกิจทำเมื่อรียนจบ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังสนใจเรื่อง ธุรกิจด้านสุนัข กับธุรกิจของด้านเครืองดื่มค่ะ
แผนในอนาคต: แผนในอนาคตที่วางไว้ก็คือ เมื่อเรียนจบปริญญาตรี อาจจะเข้าศึกษาต่ปริญญาโทสาขา บริหารธการตลาด หรือไม่อาจจะเร่งเรียนภาษาที่ 3 ก่อน จากน้้นก็อยากจะค่อยๆศึกษาด้านการทำธุรกิจ อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง :)

